และแล้วก็มาถึงช่วงสรุปสิ่งที่การเรียนในรายวิชา App Jap Ling ผ่านการเขียน blog โดยเราเขียนไปทั้งสิ้น 11 ครั้ง ซึ่งหากตัดครั้งแรกที่เป็นการเกริ่นไปแล้วก็จะมีบทความที่มีเนื้อหาแบ่งเป็น 4 หมวดหลักๆ ดังนี้
เนื้อหาเกี่ยวกับทฤษฎีการสอน L2 หรือภาษาที่ 2 มีทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่
- เรื่อง i+1
- เรื่อง output hypothesis
- เรื่อง noticing hypothesis
- เรื่อง Focus on form
เนื้อหาเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย มีทั้งหมด 2 ครั้ง ได้แก่
- งาน 手際の良い説明
- งาน 目に浮かぶ描写
เนื้อหาอื่นๆ ที่ได้เรียนในคาบ ทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่
- เรื่อง Episode
- เรื่อง 敬語
- เรื่อง ภาษาโฆษณา
เรื่องนอกประสบการณ์นอกห้องเรียน มี 1 ครั้ง คือ
- ประสบการณ์การแปล
แล้วเราได้อะไรจากเรียนและการเขียน blog ของวิชานี้บ้างล่ะ?
- ได้ทบทวนความรู้เดิม ทั้งเรื่องการใช้ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นผ่านการทำ task ที่อาจารย์ได้มอบให้ ไหนจะเรื่องคำสุภาพที่ได้เข้าใจมากขึ้นว่ามันมีหลักการใช้งานยังไง
- ได้ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับแนวคิดการสอนภาษา ซึ่งสำหรับเราที่สอนภาษาอังกฤษให้น้องอยู่นั้นก็นับว่าช่วยปูแนวทางการสอนให้เรา เป็นประโยชน์กับเรามากๆ
- ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น ลองเรียนเกี่ยวกับภาษาโฆษณา และได้ลองเขียนโฆษณาของตัวเองดูจริงๆ ยอมรับว่าสนุกกว่าที่คิดไว้ม้ากกก
- ได้มองย้อนดูตัวเอง จริงๆแล้วเราเป็นคนที่ไม่ค่อยได้มามองย้อนดูตัวเองนักว่างานที่ทำไปเนี่ยมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง แต่พอต้องมาเขียนบล็อกแล้วเนี่ยมันก็ทำให้เราได้มาทบทวน ได้เห็นว่าตัวเองยังขาดอะไร ยังผิดพลาดตรงไหน
- ได้รู้จักยอมรับจุดด้อยของตัวเอง พอเห็นสิ่งที่ตัวเองขาดแล้ว การเขียนบล็อกมันก็เหมือนกับบังคับให้เราต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองยังขาดไป เราถึงจะเขียนออกมาได้ว่าเราเนี่ยยังขาดจุดนี้นะ ยังไม่เก่งเรื่องนี้นะ ดังนั้นเราจึงคิดว่าการเขียนบล็อกเนี่ยมันช่วยเกลาให้เราลดทิฏฐิลงไปได้พอควรเลย
- ได้เรียนรู้จากคนอื่น พอได้ลองไปอ่านบล็อกของคนอื่นแล้วมันทำให้เราได้รู้อะไรมากขึ้นเยอะเลย มีเพื่อนและพี่ที่เก่งๆ ต่างเอาประสบการณ์ของตัวเองมาแบ่งปันในบล็อก การไปอ่านบล็อกของพวกเขามันเหมือนทำให้เราได้เปิดโลก ได้รู้จักอะไรมากขึ้น แถมการได้ความเห็นจากคนอื่นที่มาให้ความเห็นในบทความวามของเราก็ทำให้เราได้รู้มากขึ้นว่าเราควรแก้ไขตรงไหน มีอะไรที่ควรเพิ่มบ้าง
- ได้มากกว่าเรียนทฤษฎี เนื้อหาในคาบนี้มันเหมือนสอนให้เราตระหนักถึงสิ่งสำคัญอื่นๆ นอกจากทฤษฎีให้มากขึ้น อย่างเรื่องการบอกทาง นอกจากเราจะต้องบอกทางถูกแล้ว เราก็ควรจะคำนึงถึงผู้ที่เราบอกทางให้มากขึ้น ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ปกติเราอาจมองข้ามไป เช่น วิธีการใช้รถไปฟ้า แบบนี้ หรือจะเป็นเรื่องการเป็นผู้ฟังที่ดี ที่ไม่ใช่เอาแต่ฟังอย่างเดียว แต่ก็ควรมีการตอบกลับด้วยท่าทาง พยักหน้า ถามบ้างอะไรบ้าง ให้บทสนทนามีชีวิตชีวา ไม่ใช่ให้ผู้เล่าเล่าเรื่องอยู่ฝ่ายเดียว อะไรแบบนี้
แต่ไปก็เป็นเรื่องที่เราต้องปรับปรุ่ง ซึ่งเราคิดว่าเรายังมีเรื่องต้องปรับปรุงอีกเยอะเลย ทั้งเรื่องความสม่ำเสมอในการเขียนบล็อก เห็นได้ชัดจากการมันเขียนเอาหลายบทความในช่วงสองสามวันผ่านมานี้
ต่อไปก็เป็นเรื่องความตั้งใจในการทำงาน รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจทำงานส่งเท่าที่ควรนัก อย่างตอนงานเล่าเรื่องผีนั่นก็ไม่ได้คิดเรื่องการอธิบายให้ดีเท่าไหร่ (อาจารย์ถึงกับงง อ่านต่อไม่ไหวอะ 5555 ผมขอโทษษษ) แล้วที่เสียดายที่สุดคืองาน 空想作文 นี่แหละ คือเราอาจจะคิดไปเองว่าอาจารย์บอกว่าสามารถเอางานเล่าเรื่องผีมาแก้ เขียนให้กีกว่าเดิมส่งได้ เราก็เลยพยายามแก้ เขียนอธิบายให้มันชัดๆ มากขึ้น แต่สุดท้ายก็คงยังมีเรื่องต้องปรับปรุงอยู่เยอะ แถมเพื่อนๆ ทุกคนต่างก็เขียนเรื่องใหม่กันกันอย่างตั้งใจหมดเลย มามองย้อนดูตัวเองแล้วมันก็ย้ำให้เห็นว่าต้องตั้งใจทำงานให้มากกว่านี้ ทีหลังอย่าขี้เกียจนะมิจจี้!
สุดท้ายนี้ อยากบอกว่าไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไง ก็จะไม่รู้สึก 後悔 เลยที่ได้มาลงเรียนวิชานี้ วิชานี้ช่วยให้เราเติบโตขึ้นผ่านการรู้ข้อบกพร่องของตัวเอง ต้องขอขอบคุณจริงๆ และจะขอนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิชานี้ไปพัฒนาตัวเอง ให้ตัวเองในเทอมต่อไปดียิ่งขึ้นไปกว่าตัวเองในเทอมนี้นะครับ
ขอบคุณมากครับ
มิจจี้, Mister. G, Grittiphong
.
.
.
หลังจากที่เราได้ลงรูปฤดูหนาวมานาน รอบนี้จึงขอลากับไปด้วยรูปฤดูใหม่ เป็นของฝากจากฮอกไกโดนะะะ



































